Articles
Categories :
รู้ทันสารพัดโรคฤดูหนาว ภัย “ ลูกน้อย ” ที่ไม่ควรมองข้าม
เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว จึงเป็นหน้าที่ของทุกคนจะต้องดูแลตัวเอง คนใกล้ชิด และโดยเฉพาะผู้ที่มีบุตรหลานต้องใส่ใจเป็นพิเศษ

 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ออกมาเตือนโรคระบาดที่ควรระวังในฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึงนี้
           ไข้หวัด เกิดจากเชื้อไวรัสที่อยู่บริเวณเยื่อบุจมูก แพร่กระจายผ่านทางการจามและการสั่งน้ำมูก ส่วนเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดไข้หวัดใหญ่ จะอยู่บริเวณเยื่อบุของทางเดินหายใจ แพร่กระจายผ่านการไอ เด็กเล็กจะได้รับเชื้อที่แพร่กระจายอยู่ในอากาศ และยิ่งในฤดูหนาว เชื้อจะแพร่กระจายเร็วกว่าปกติ ดังนั้นไม่ควรพาลูกออกไปในสถานที่มีคนอยู่เยอะ  รวมทั้งคนในครอบครัวที่เป็นไข้หวัดก็ไม่ควรคลุกคลีกับเด็ก แต่หากลูกน้อยมีไข้แล้วก็ควรดูแลอย่างใกล้ชิด หากอุณหภูมิไม่เกิน 38 องศาเซลเซียส ไม่ควรให้ยาลดไข้ แต่ควรใช้วิธีเช็ดตัวโดยนำผ้าชุบน้ำอุ่นทำให้ตัวลูกเย็นลง โดยเฉพาะบริเวณซอกคอ รักแร้ ขาหนีบ แต่ถ้ามีไข้เกิน 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป ควรพาไปพบแพทย์ทันที
                                         
          ท้องร่วง ในฤดูหนาวนี้จะมีเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดท้องเสียในเด็กอายุตั้งแต่ 3 เดือน-2 ปี อาการที่แสดงออกมาจะมีไข้ อาเจียน ความรุนแรงของอาการขึ้นอยู่กับจำนวนเชื้อที่ได้รับเข้าไป เด็กที่มีอาการรุนแรงจะถ่ายมาก ส่งผลให้เสียน้ำและเกลือแร่ในร่างกายไปเยอะ จึงควรให้เด็กดื่มน้ำมากๆ และให้น้ำตาลเกลือแร่เพื่อชดเชยเกลือแร่ที่เสียไป  สำหรับแนวทางป้องกัน โรคนี้มักจะติดเชื้อไวรัสจากทางปาก จึงต้องดูแลรักษาความสะอาดของสิ่งแวดล้อมและอาหาร ล้างมือให้สะอาด ระวังอย่าให้ลูกหยิบสิ่งของเข้าปาก อีกวิธีป้องกันที่ได้ผลดีคือการฉีดวัคซีนป้องกัน 
          ปอดบวม เกิดจากเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย พบบ่อยในช่วงระหว่างฤดูฝน ฤดูหนาว และพบมากในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 4 ปี ติดต่อผ่านทางการหายใจ น้ำมูก และน้ำลาย
อาการที่แสดงออกคือ มีไข้ ไอ หายใจเร็ว หอบเหนื่อย หายใจลำบาก อีกทั้งเด็กยังมีอาการงอแงและซึม และถ้าหลอดลมภายในปอดตีบอาจจะเกิดเสียงหายใจวี้ด ในรายที่อาการรุนแรงมากอาจเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว การรับมือ หลีกเลี่ยงพาลูกน้อยไปในสถานที่ที่มีคนมาก ให้เลี่ยงจากควันบุหรี่ ไฟ และไอเสียรถยนต์ และยิ่งช่วงอากาศหนาวเย็นควรให้ใส่เสื้อผ้าที่อบอุ่น นอนห่มผ้าเสมอ และควรพาไปพบคุณหมอเกี่ยวกับการฉีควัคซีนเพื่อป้องกันการติดเชื้อ 
          โรคหัด เกิดจากเชื้อไวรัสรูบิโอลา พบมากในน้ำลายของผู้เป็นโรค ติดต่อง่ายและรวดเร็วจากการไอ จาม หายใจรดกัน หรือใช้สิ่งของร่วมกัน พบบ่อยในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี อาการช่วงแรกหลังรับเชื้อโรคหัดไป 7 วัน มีอาการคล้ายไข้หวัด มีไข้สูงตลอดเวลา กินยาลดไข้ แต่ไข้ไม่ลด ซึม งอแง ร้องกวน เบื่ออาหาร น้ำมูกใส ไอแห้ง บางรายทีอาการถ่ายเหลว จากนั้นร่างกายจะมีผื่นเริ่มขึ้น ลักษณะเป็นจุดแดงเล็กๆ ขนาดเท่าหัวเข็มหมุด เริ่มจากบริเวณตีนผม ซอกคอ ก่อนจะลามขึ้นใบหน้า ลำตัว แขน ขา อาจมีอาการคัน โดยผื่นจะขึ้นอยู่ 2-3 วันนับจากวันแรกที่ผื่นเริ่มขึ้นและจะจางลง โรคหัดส่วนใหญ่เป็นแล้วหายได้เอง วิธีดูแลคือ พักผ่อนมากๆ ดื่มน้ำเยอะๆ เช็ดตัวลดไข้ กินยารักษาตามอาการ ถ้ามีอาการไอ เสมหะข้น-เขียว หายใจไม่สะดวก เพราะหลอดลมตีบ ควรพบคุณแพทย์ทันที และควรหลีกเลี่ยงพาลูกไปยังสถานที่ที่มีคนเยอะ 

                                                  
          อีสุกอีใส เกิดจากเชื้อไวรัสชื่อวาริเซลลา หรือฮิวแมนเฮอร์ปีส์ ที่ติดต่อผ่านการหายใจ ไอ จาม สัมผัสถูกตุ่มแผลสุกใสโดยตรง หรือสัมผัสถูกของใช้ที่เปื้อนตุ่มแผลของคนเป็นโรค เมื่อเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายจะใช้เวลา 10-20 วันจึงเริ่มออกอาการ
อาการเริ่มต้นคล้ายอาการไข้หวัดใหญ่ มีไข้ เบื่ออาหาร  จากนั้นเริ่มมีผื่นแดง ก่อนเปลี่ยนเป็นตุ่ม มีน้ำใสภายในและคัน ตุ่มจะทยอยขึ้นทั่วตัวเต็มที่ภายใน 4 วัน และจำเป็นต้องใส่ถุงมือเพื่อกันลูกเกา จะทำให้เชื้อลุกลาม โรคนี้เป็นแล้วหายได้เอง แต่ต้องระวังอย่าให้เกิดโรคแทรกซ้อน พร้อมทั้งรักษาดูแลตามอาการ เช่น พักผ่อนให้เพียงพอ เช็ดตัวลดไข้ ดื่มน้ำมากๆ กินยาลดไข้ตามคุณหมอสั่ง และควรรีบพาไปพบหมอด่วนถ้าลูกรับเชื้อไวรัสเป็นอีสุกอีใสตอนอายุน้อยกว่า 4 สัปดาห์ เพราะเด็กยังไม่มีภูมิต้านทาน เสี่ยงจะเกิดอาการแทรกซ้อนได้ง่าย การรับมืออีสุกอีใส อย่าให้ลูกสัมผัสกับผู้ป่วยโรคสุกใส ควรแยกห้องนอนเพื่อป้องกันการติดเชื้อ และหลีกเลี่ยงการใช้ของใช้ร่วมกับผู้ป่วยอีสุกอีใส ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคสุกใส เริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 1 ปีขึ้นไป และฉีดซ้ำอีกครั้งเมื่ออายุ 4-6 ขวบ
 "  รู้ทันโรคฤดูหนาว เชื่อว่าพ่อแม่จะป้องกันลูกน้อยให้ผ่านพ้นความเสี่ยงไปได้อย่างปลอดภัยพร้อมรอยยิ้มที่มีความสุข. "
                            


ขอขอบคุณข้อมูลจาก เว็บไซต์ไทยโพสต์


 


Tag Keyword : โรคฤดูหนาว, ไข้หวัด, ท้องร่วง, ปอดบวม, โรคหัด, อีสุกอีใส

โพสเมื่อ: 2017-01-09

ผู้เข้าชม: 506