Articles
Categories :
“ผักมีรู” ปลอดสารพิษจริงหรือ?
ในการเลือกซื้อผักมักจะได้ยินเทคนิคที่ว่า “ให้เลือกผักที่มีรู” เพราะแมลงยังกินผัก ก็น่าจะปลอดสารเคมี...จริงหรือไม่ที่ผักมีรูพรุนนั้นปลอดสารพิษหรือสารกำจัดศัตรูพืช? แล้วคนที่ต้องการเลือกหาผักปลอดสารเคมีไปรับประทานจะมีวิธีเลือกและสังเกตอย่างไรบ้าง ฉบับนี้จะ

Q : ผักมีรูปเป็นผักปลอดสารพิษสารเคมีจริงหรือ แล้วปลอดภัยต่อร่างกายคนหรือไม่?
A : ถ้าถามว่าผักมีรูพรุนมั่นใจได้ไหมว่าเป็นผักปลอดสารพิษ ต้องบอกว่าเราไม่สามารถมั่นใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะผักที่ไม่มีรูพรุนแต่เป็นผักปลอดสารก็มีเช่นกัน ปัจจุบันมีกรรมวิธีในการปลูก ยกตัวอย่างเช่น ปลูกผักในโรงเรือน ซึ่งจะป้องกันแมลงอยู่แล้ว ไม่ต้องใช้ยา ผักก็ออกใบสวยงาม ไม่มีรูพรุน เกษตรกรเลือกใช้น้ำหมักชีวภาพหรือสมุนไพรมาไล่แมลง ผักจึงไม่มีรู หากถามว่าปลอดภัยต่อการบริโภคไหม ปลอดภัยเหมือนกัน เพราะสารเหล่านี้ไม่ได้ตกค้าง ฉะนั้นผักไม่มีรูก็มีทั้งปลอดภัยและไม่ปลอดภัย
               
Q : ในบางครั้งเราเห็นผักตามท้องตลาดมีแมลงมีหนอน ผักก็เป็นรู ดูอย่างนั้นเป็นผักปลอดสารพิษหรือไม่ แล้วถ้าไม่ทำไมเราพบหนอนกับแมลงอยู่ หรือเพราะว่ามันดื้อยาจนสามารถทนต่อสภาพและกินผักได้อยู่
A : การปลูกผักอาจจะมีการใช้ยากำจัดศัตรูพืชหรือสารเคมี แต่ก่อนเก็บเกี่ยวมาขายจะมีการปล่อยระยะให้สารต่างๆ สลายไป เมื่อสารเคมีหมดฤทธิ์ไป แล้วมาวางขาย ก็มีความเป็นไปได้ที่อาจจะมีแมลงหรือหนอนติดมาหลังจากที่เก็บแล้ว ถามว่าปลอดภัยไหม อาจจะปลอดภัยระดับหนึ่ง เพราะยามันหมดฤทธิ์ไปแล้ว กับอีกแบบหนึ่ง บางครั้งก็ไม่ได้แปลว่าที่มีรูพรุนหรือมีแมลงติดอยู่จะเป็นผักที่ไม่ได้ใช้สาร บางครั้งอาจใช้สารเยอะหรือต้องใช้ยาหลายครั้ง แต่ป้องกันแมลงไม่ได้ ก็แปลว่าผักมีรูอาจจะเสี่ยงต่อความไม่ปลอดภัยเช่นกัน เพราะฉะนั้นบอกไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าผักมีรูเป็นผักปลอดสารเคมี 
Q : ถ้าผักมีรูยังไม่ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ ผู้บริโภคควรจะมีวิธีการเลือกซื้อผักปลอดสารพิษสารเคมีอย่างไร
A : ปัจจุบันแม้จะเลือกซื้อผักที่มีรู ก็ไม่ได้เป็นการการันตีว่าจะปลอดภัยจากสารเคมีร้อยเปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นแนะนำว่าผู้บริโภคต้องมาลดสารพิษที่อาจจะปนเปื้อนที่ปลายทาง นั่นคือการล้างผัก โดยใช้น้ำส้มสายชู 1 ส่วนผสมกับน้ำเปล่า 4 ส่วน แล้วนำผักมาแช่ไว้ 5 นาที จากนั้นนำไปล้างด้วยน้ำเปล่าอีกรอบ ซึ่งจะช่วยลดการปนเปื้อนจากสารเคมีและเชื้อจุลินทรีย์ได้ 60 - 70 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้เกิดความมั่นใจกับตัวผู้บริโภคเอง
 


ขอขอบคุณ :
ผศ.ดร.ชนิพรรณ บุตรยี่
สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล


โพสเมื่อ: 2017-02-02

ผู้เข้าชม: 737